by Bonne

4 เคล็ดลับเอาตัวรอดในยุคศตวรรษที่ 21

ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีโลกไม่เคยหยุดนิ่ง เราอาศัยอยู่ในยุคที่ขีดความสามารถทางการแพทย์ การศึกษาเริ่มไร้ขีดจำกัด ยิ่งวงการการค้า ธุรกิจความสวยความงามยิ่งไม่ต้องพูดถึงเพราะแข่งกันงัดลูกเล่นใหม่อยู่ตลอดเวลา คลินิกต่างๆก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดประหนึ่งร้านสะดวกซื้อ 7/11 ที่หาได้ตามทุกตรอกซอกซอย

แต่ในขณะที่เราสามารถดึงศักยภาพของคนออกมาใช้ได้แบบไม่มีที่สิ้นสุด จากทุกนวัตกรรมที่คิดค้นขึ้นได้ ซึ่งผลลัพธ์ที่ควรจะเห็นก็ควรจะเป็นไปตามสมการ a+b = c ก็คือ ทุกคนควรจะมีความสุขกับการได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกปัจจุบัน ที่มีเครื่องทุ่นแรงให้ไม่ต้องลำบาก เมื่อเทียบคนป่ายุคดึกดำบรรพ์ที่ต้องออกไปล่าสัตว์ ก่อไฟเองแต่ไหงกราฟคุณภาพสังคมและจิตใจคนกลับเดินสวนทางกัน อิงตามสถิติที่องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้กล่าวไว้ล่าสุด ในเดือนเมษายน ปี 2016 ว่า จำนวนประชากรทั่วโลกกว่า 5% คิดเป็นจำนวน 350 ล้านคน ต้องเผชิญปัญหาซึมเศร้าและมีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคฮิตติดอันดับ 2 ของโลกในปี 2020 ด้วย มากไปกว่านั้น “ตั้งใจฟังกันให้ดีนะคะ..” ผู้หญิงอย่างเราถูกพบว่าป่วยเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชาย

019a4e686cd6bd6ed679e0129c5b31dd
สถิติโรคซึมเศร้าจาก WHO / ขอบคุณภาพจาก Google
femaleinfo
“สิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดในผู้หญิง” / ขอบคุณภาพจาก Google

โหย… รู้อย่างนี้แล้วต้องรีบใส่เกียร์ถอยหลังเหยียบมิด ยูเทิร์นป้ายหน้า แล้วจอดที่ปั๊มน้ำมัน ลงมาปรับทัศนคติกันก่อนจะสายเพื่อที่จะใช้ชีวิตในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างสบายบรื๋อ สมศักดิ์ศรีที่บรรพบุรุษสปีชี่ยส์โครมันยอง อย่างคุณทวด คุณลุง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ / มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ / สตีฟ จ็อบส์ และใครอีกหลายคนช่วยกันสร้างมา

ถ้าเปรียบให้ผู้หญิงเป็นเสมือนหนังสือ 1 เล่ม เราคงเริ่มต้นตัดสินแว่บแรกกันที่ “Cover” หรือ  “หน้าปก” จริงไหม สมมติคุณเจอหนุ่มคนไหนมาจีบแล้วบอกว่า เค้าไม่สนรูปลักษณ์ภายนอกหรือหน้าตาคุณ ให้ขีดเส้นใต้ในใจเน้นๆเลยค่ะ ว่าหนุ่มคนนั้น “ไม่จริงใจ” อย่าว่างั้นงี้เลยนะคะ ผู้หญิงด้วยกันเองยังชอบมองคนสวย คนหล่อเลย มีหรือคะ ที่หนุ่มๆเทสโทสเตอโรนพลุ่งพล่านจะบอกว่ามองที่จิตใจก่อน ทั้งที่ยังไม่รู้จักกัน โอ้โนว์… และด้วยเหตุผลนี้แหละ จึงทำให้ผู้หญิงอย่างเราๆควรคอยเช็คตัวเองให้ดูดีตลอดเวลา เพราะการที่ฉาบนอกเราดูดี มันก็เป็นเสมือนใบเบิกโอกาสที่เราอาจจะยังไม่เห็นด้วยตานะคะ แต่บอกไว้ก่อนว่าให้เก็บนิยามเก่าที่ว่าขาวคือสวย หมวยคือน่ารักลงกระเป๋าไปก่อน เพราะเรากำลังจะบอก คุณ คุณ และคุณ ว่า

“ไม่ว่าคุณจะตัวเล็ก สูง คล้ำ ขาว เหลือง หรือจะเป็นแบบไหน คุณก็สามารถดูดี ดูพิเศษได้ในแบบที่คุณเป็นคุณค่ะ”

Dash_2
ขอบคุณภาพจาก ISAPS

ยิ่งสมัยนี้บอกแล้วว่านวัตกรรมจิ้ม เสริม เติม แต่งมีให้เลือกชนิดหัวกระไดไม่แห้ง จะเลือกขัดตัว นวดสปาหรือทรีตเม้นท์หน้าราคารับได้ หรือใครที่อยากจะแอดวานซ์อัพไซส์ ยกเบ้าใหม่ก็ทำได้ แค่ต้องศึกษาให้ดีก่อนทำ นี่ไม่ได้สนับสนุนให้ทำศัลยกรรมแต่ก็ไม่ได้แอนตี้นะคะ แต่อยากจะแนะนำให้ฐานะเพื่อนสาวคนหนึ่งว่า หากคุณเลือกจะทำก็ไม่เสียหาย แค่คุณควรจะเช็คประวัติคลินิก ศึกษารายละเอียดสักนิดก่อนลงมือทำอะไรที่มีความเสี่ยง ที่อาจจะเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ค่ะ เพราะจริงๆแล้วผู้หญิงอย่างเราๆ แค่รักษาให้ตัวเองให้เล็บมือ เล็บเท้าสะอาด หน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวเนียน บวกความมั่นใจและรอยยิ้มอีกหน่อย ก็ดูดีได้ไม่แพ้ไปจิ้มโบท็อกซ์เหมือนกัน อย่าลืมนะคะว่า…

“ถึงแม้ว่าเราไม่ควรจะตัดสินหนังสือจากหน้าปก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะเลือกหยิบหนังสือที่ปกสวย น่าสนใจขึ้นมาเปิดดูก่อนใช่ไหมคะ

ผ่านหน้าแรกแห่งความประทับใจ 3 วิฯ ที่ถือว่าหินสุดก็สบายใจได้ขึ้นหน่อยละ ถัดมาคงต้องไปดูกันที่สารบัญกันต่อ ว่าหนังสือเล่มนี้มี “Chapter” หรือ “ตอนที่สำคัญ” อะไรที่น่าดึงดูดใจบ้าง

exercise
“ทานอาหารมีประโยชน์และออกกำลังกายควบคู่” / ขอบคุณภาพจาก Shutterstock
food
“อาหารลดความเครียด” / ขอบคุณภาพจาก Google

สมมติว่าหนังสือเล่มนี้แตกเป็น 32 ตอน เทียบเท่ากับอวัยวะหลักในร่างกายเรา 32 ประการ นอกจากจะปังภายนอกแล้ว เราก็ควรจะฟิตเปรี๊ยะจากภายในด้วย ท่องไว้เสมอว่า คุมอาหารคลีน 70% ออกกำลังกาย 30% เพราะตั้งแต่อายุ 25 ขึ้นไปร่างกายจะเผาผลาญอาหารได้ช้าลง ยิ่งบางอาจจะเริ่มขึ้นเร็วกว่านั้น ถึงจะออกกำลังกายทุกวันแต่ยังตามใจปากยังไงก็ไม่เฟิร์ม แถมมีแนวโน้มจะน้ำหนักขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้แนะนำให้หากิจกรรมที่ถนัด ตรงจริต ใครคิดว่าออกกำลังกายคนเดียวจะเป็นจะตาย มันเหงาก็ชวนเพื่อน ชวนแฟนไปด้วยกันซะเลย ใครเสียเหงื่อได้อาทิตย์ละ 3-5 ครั้งยิ่งดี หรือตั้งเป้าไว้เลยว่าทุกวันชั้นจะเดินเร็ว 30 นาที ชั้นจะเป็นคนใหม่ ชั้นจะสุขภาพดี

สำหรับใครที่อยากสร้างกล้ามเนื้อให้เลือก weight training หรือ Pilates ถ้าไม่ได้จะแข่งเพาะกายไม่ต้องกลัวเลยค่ะว่ากล้ามจะขึ้นเป็นมัด หรือขาจะใหญ่ค่ะ พวกนั้นเค้าต้องเล่นหนักมากกว่ากล้ามเค้าจะขึ้น แถมขึ้นอยู่ที่ไขมันในตัวของแต่ละคนบวกกับอาหารเสริมอีกค่ะ เพราะฉะนั้นเล่นไปเลย ส่วนใครอยากเบิร์นไขมันไปด้วยแนะนำให้ cardio จะด้วยวิธีวิ่ง กระโดดเชือก ปั่นจักรยาน ปีนหน้าผาหรือดูหนังผีก็ว่ากันไป ทั้งหมดนี้ให้ผสมผสานกับการพักผ่อนที่เพียงพอควบคู่ เอาเป็นว่าส่วนที่สำคัญ 32 อย่างไม่ว่าจะเป็นสมอง ตับ ม้าม หัวใจ หรือไม่ว่าจะเป็นอะไร เราก็ควรจะใส่ใจและให้ความสำคัญเท่าเทียมกัน เชื่อสิว่าถ้าข้างในเราดี มันจะส่งออร่าไปข้างนอกเอง เรียกว่าป๊อกเด้งเลย

หนังสือเล่มหนึ่ง ถึงจะมีหน้าปกที่แสนสวยงาม หรือมีบทตอนขั้นที่ดูน่าเว้าวอนขนาดไหน แต่ถ้าสวยแต่รูปจูบไม่หอม ขาด “Content” หรือ “เนื้อหา” ที่อัดแน่น แฝงไปด้วยความฉลาดเฉลียว ถ้าตัดสินใจเลือกเล่มนี้ไปก็คงเหมือนกับการไปซื้อของแล้วจับได้ว่าโดนย้อม แมว ลองคิดว่าหากคุณจะต้องเลือกใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิต มันคงจะดีไม่น้อยหากเค้าคนนั้นมีความรู้ที่กว้างขวาง เติมเต็มสิ่งที่เราขาด เป็นคู่คิดเราได้ยากลำบาก ไม่ใช่ถามอะไรไปไม่รู้สักอย่าง คิดแคบและคิดตื้นใช่ไหมคะ เพราะฉะนั้นในขณะที่เราอยู่ในศตวรรษที่มีการแข่งขันกันสูง เพิ่งเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC มาได้ไม่กี่เดือน จากที่ต้องแข่งขันกับคนไทยด้วยกันเอง ยังมีคนต่างชาติมารวมหารอีก ไม่นับอนาคตที่มีแนวโน้มว่าหลายบริษัทจะปรับลดพนักงานที่ไม่มีศักยภาพ ยิ่งต้องรีบพัฒนาตัวเอง

Untitled-1
“5 วิถีกระตุ้นสมองให้ทำงานเร็วขึ้น” / ขอบคุณภาพจาก Google
24-Daily-Habits-That-Will-Make-You-Smarter_31702
“24 วิธีลับสมอง” / ขอบคุณภาพจาก Quora

“ในเมื่อสถานการณ์บังคับให้รอบตัวมีการแข่งขันสูง เราก็ไม่ควรหยุดพัฒนาตัวเอง ปรับตัวตามโลกให้เป็นคนใฝ่รู้ แข่งกับตัวเอง เอาชนะใจตัวเอง”

สิ่งที่เราทำได้คือเฆี่ยนตัวเองค่ะ ท้าทายตัวเองด้วยการเป็นคนใฝ่รู้ นอกจากเราควรจะเก่งอะไรเก่งให้สุด รู้อะไรควรรู้ให้ลึกแล้ว ผู้หญิงอย่างเราก็ควรจะมีความรู้รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบโลก / ผลกีฬา / gadget อะไรกำลังจะมา / หรือแม้แต่ทำไมราคาน้ำมันลด มากกว่าที่จะรู้ว่าดาราคนไหนเพิ่งเลิกกับคนไหน ใครมีเรื่องกับใคร

จริงๆแล้วไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในประเทศ ข้ามทวีป เศรษฐกิจโลก วงการบันเทิง อะไรที่เป็นความรู้รอบตัวเอามาใส่หัวก็ไม่มีโทษค่ะ การเพิ่มหยักให้สมองนั้นทำได้ไม่ยากในยุคดิจิตอล เมื่อเรามีสื่อการเรียนรู้ในมือ ที่แค่หนึ่งคลิก คุณก็สามารถหาคำตอบจากทุกอย่างได้ ของฟรีที่มีบนโลกแบบนี้ สละเวลาจากการตั้งสเตตัสในเฟสบุ๊คแล้วลองเข้าเวปข่าว ลองเข้ายูทูปแล้วตั้งเป้าว่าวันหนึ่งฉันจะหาความรู้เพิ่มอย่างน้อยหนึ่งอย่างสิคะ ถ้าทำได้… หนังสือเล่มนี้ก็ใกล้จะเตรียมเข้าเล่มเป็นหนังสือที่สมบูรณ์แบบแล้วค่ะ

แต่ที่สาธยายมาทั้งหมดคงจะจบไม่ลง หากยังขาด “Epilogue” หรือ “บทส่งท้าย” ทิ้งทวนให้ชวนครุ่นคิดว่า ถึงแม้เราจะรวมหน้าปก / ตอนที่สำคัญ / เนื้อหา และบทส่งท้ายเข้าด้วยกันแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นหนังสือที่สมบูรณ์แบบเสมอไป เพราะท้ายที่สุดแล้ว นิยามความสวย ความดีและค่านิยมของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน

อย่าทำให้ความกระด้างของสังคมเปลี่ยนเราเป็นคนไม่น่ารัก.

ลองคิดดูสิ ขนาดตัวเราเองเกิดมายี่สิบ สามสิบกว่าปี ยังเป็นไม้แก่ดัดยากเลย แล้วจะประสาอะไรกับการจะไปเปลี่ยนคนอื่นให้คิดเหมือนเรา สิ่งที่เราทำได้ในวันที่โลกยังคงหมุนอยู่ก็คือการปล่อยให้โลกวุ่นวายไป แล้วฝึกจิตใจเราให้นิ่ง เคยได้ยินไหม ความสงบสยบทุกความเคลื่อนไหว อย่าเก็บเอาทุกอย่างมาไว้ในใจ หมั่นหาเวลานั่งสมาธิ นั่งดูใจ ดูความคิด ทำความรู้จักตัวเอง แล้วจะรู้ว่าที่ผ่านมาทั้ง หน้าปกที่เป็นรูปทรัพย์ บทตอนที่เป็นตัวแทนสุขภาพ เนื้อหาประดุจปัญญา ต่อให้มีอาวุธทั้งสามรวมกันจะช่วยอะไรไม่ได้เลยถ้าเราปลงไม่ลง เพราะฉะนั้นบทส่งท้ายนี่แหละที่เป็นเสมือน “หัวใจ” ของผู้หญิง

CAVxz9gVIAALjzT
ขอบคุณภาพจาก ชิลไปไหน

ทำไมน่ะเหรอ? เพราะวันๆที่เราออกไปใช้ชีวิตข้างนอกหรือเสพสื่อต่างๆ บางทีเราอาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าในหนึ่งวันเราไปรับอะไรแง่ลบมาบ้าง ยิ่งบางคนมีความเครียดจากครอบครัว เพื่อน ที่ทำงาน ปัญหาส่วนตัว ไหนจะมาจากสื่อสงครามดิจิตัลชวนเชื่ออีก หู… นี่ลองนับนิ้วดูแทบจะไม่เหลือ หัดเป็นคนที่มองโลกบวก หัดเป็นคนหาความสุขได้จากสิ่งเล็กๆแล้วคุณจะมีความสุขมากขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่รู้จักฝึกปล่อยวาง เวลาเราไปรับอะไรไม่ดีมา เราก็จะรู้สึกโลกจะแตก ฟ้าจะถล่มทลาย แถมเราอาจจะกลายเป็นคนที่ 351 ล้าน บนโลกใบนี้ ที่ต้องซึมเศร้ากับชีวิตทั้งๆที่ไม่ควรไปอีกคน

เอ๊าาา… เรียกมาปรับทัศนคติแค่นี้ มาทำหน้าเอ๋อทำไมกันเป็นแถว ถ้าไม่อยากเป็นแบบที่พูดมาก็รีบขึ้นรถแล้วกลับไปปฎิวัติตัวเองให้สมกับเป็นสาวยุคใหม่สิคะ คนอื่นเค้าไปไหนถึงไหนกันแล้ววว...ว.. ว

Facebook Comments