Ep. 2 ห้องเชือด Check-lists : ติดปีก.. กว่าจะเป็นนางฟ้าเคบาย่า

จากการเตรียมพร้อมและแล้วก็ถึงวันสัมภาษณ์แล้วสินะ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเลยเพราะว่าตื่นเต้นไปหมด หลับตาไม่ทันไรนาฬิกาปลุกก็ดังขึ้นมาซะงั้น ใกล้ถึงเวลาระทึกใจแล้วด้วยสิงั้นก่อนออกจากบ้านขอเช็คเสื้อผ้า หน้า ผมให้เรียบร้อยหน่อยก็แล้วกัน – อ๊ะ!! ตอน Ep.1 Checklists อย่าลืมที่แนะนำไว้ พกความมั่นใจมาด้วยนะคะ!!!

Ep.2 – ตอนห้องเชือด

o1ywpg103dLUbX4PLM4-o

ในวันสัมภาษณ์นั้นแต่ละคนจะทราบอยู่แล้วว่าตัวเองโดนนัดเรียกสัมภาษณ์ช่วงเช้าหรือบ่าย สำหรับคนที่ถูกนัดช่วงเช้าจะเสร็จสิ้นกระบวนการสัมฯภายในหนึ่งวัน คนที่ถูกนัดบ่ายจะต้องมาอีกวัน ส่วนถ้าใครผ่านได้สบายบรื๋อทุกห้องก็จะถูกนัดไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลเป็นลำดับต่อไป

ในตอนนี้เจ้าของกระทู้จะขอแบ่งเป็น “5 ห้องเชือด” จะได้เข้าใจกันง่าย ด่านนี้ทุกคนจะถูกส่งเข้าไปพิชิตฝ่าด่านอรหันต์ซึ่งระดับความยากมาก-น้อยจะแตกต่างกัน กรี๊ดดดด เมื่อกี้เขาเรียกเบอร์ฉันแล้วด้วย ว่าแล้วก็ขอสูดหายใจให้เต็มปอด อวยพรให้เราโชคดีกันด้วยนะ!!

1.    ห้องเชือดที่ 1 – สัมฯรวม สาวแว่นผู้หญิงสาวแว่นผู้หญิง

ในห้องแรกจะให้ความรู้สึกเบสิกแต่กลับเป็นห้องที่ทุกคนเดินออกมาแล้วงงที่สุด ทำไมนะเหรอคะ ก็เพราะว่าใครที่โดนตัดออกจากห้องนี้ส่วนใหญ่จะรู้สึกมึนประหนึ่งเป็นไก่โดนรมยาว่าเอ๊ะ…ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จบแล้วเหรอเนี่ย ทำไมฉันไม่ผ่าน ทำไมฉันไม่ได้? ห้องสัมฯรวมนั้นจะมีคนคอยเรียกผู้เข้าสัมภาษณ์เข้าไปทีละ 10 คน เมื่อเดินเข้าไปในห้องแล้วจะมีกรรมการชาวสิงฯ 2-3 คนนั่งอยู่พร้อมกับ Port ของพวกเรา เราขอสรุปห้องนี้ง่ายๆสั้นๆว่าเป็นห้อง “First impression” ล้วนๆ สาวไทยทั้ง 10 ชีวิตจะถูกสั่งยืนเรียงเป็นหน้ากระดานให้กรรมการยลโฉมพร้อมทิ้งบอมบ์คำถามด้วยสำเนียงซิงลิชที่ขึ้นชื่อและตอบคำถามเรียงตัวแถมใครที่เป็นหัวแถว บอกเลยสติล้วนๆเพราะไม่มีเวลาให้คิด ดังนั้นย้ำนะคะ!!! ใครที่รู้ตัวว่าภาษาอังกฤษอยู่ระดับโคม่า ตั้งสติเข้าห้องด้วยเพราะบางทีแม้แต่คนที่ว่าเมพ พอเจอคำถามจากกรรมการเราอาจจะคิดในใจได้ว่าเฮ้ย..เมื่อกี้เขาถามเราภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษวะ

นอกจากเราจะต้องแนะนำตัวภาษาอังกฤษก่อนตอบคำถามที่เขาให้แล้ว คำถามที่ใช้ถามจะเป็นคำถามที่ดูง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปากเช่น

– What is your favourite food and why?
– What is your favourite country and why?
– What kind of fruit would you wanna be and why?

ใครที่อ่านถึงตรงนี้คงกำลังคิดว่าหมูๆใช่ไหมคะ แต่มันคือการวัดจากภายนอกและไหวพริบกันล้วนๆ ซึ่งแม้แต่คนที่คิดว่าจะฆ่ากรรมการด้วยหน้าเป๊ะสำเนียงเจ๋งหรือแกรมม่าปัง บางทีก็ไม่เสมอไปหรอกค่ะ ด่านนี้ในความรู้สึก จขกท คิดว่ากรรมการตัดสินจากความรู้สึกแรกพบล้วนๆ ให้คะแนนจากหน้าตาที่ดูเป็นมิตร ยิ้มแย้ม ความเป็นธรรมชาติ การพูดการจา น้ำเสียงและที่สำคัญคือ “ความจริงใจ”  คือเอาง่ายๆสมมติว่าเราต้องสัมภาษณ์พนักงานใหม่ ลองจินตนาการดูว่าเราจะรู้สึกถูกชะตากับคนบุคลิกแบบไหน อยากเจอคนแบบไหน เป็นมิตรกับเราไหม ชอบอย่างไรก็ให้ทำแบบนั้นแหละค่ะ

ยกตัวอย่างคำตอบที่เรารู้สึกว่าไม่จริงใจจากคำถามที่ถามเราว่า…. (ทุกอย่างตอบอังกฤษหมดนะจ๊ะ)

“ประเทศไหนคือประเทศที่คุณอยากไปมากที่สุดและเพราะอะไร”

คนแรกตอบ “ฉันชอบประเทศไทยมากสุดเพราะไทยเป็นสยามเมืองยิ้ม คนเป็นมิตร ฉันภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย” – ส่วนตัวพอเป็นคนฟัง+น้ำเสียงคนตอบ เราบอกตรงเรารู้สึกว่าเกิดมาเขาไม่อยากไปไหนเลยเหรอ คือมันจะตอบก็คงตอบได้อะนะแต่ไม่รู้สิ รู้สึกว่ามันไม่น่าใช่แต่ใครจะลองเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากันถ้ามาจากความรู้สึกจริงๆ

ส่วนคนที่สองตอบว่า “ชอบทุกประเทศเพราะไปที่ไหนก็ไม่สำคัญเพราะทุกสถานที่มันอยู่ที่ใจ” อันนี้งงเป็นไก่ตาแตก ทุกคนหันควับดูนาง นอกจากจะตอบไม่ตรงคำถามยังฟังแล้วก๊อด… มาสมัครแอร์หรือประกวดนางสาวไทย คืออย่าตอบเอาใจกรรมการ เขาถามมาก็ตอบไปให้ตรงคำถาม เป็นตัวเองในแบบที่เหมาะสม ใครที่คิดท่องคำตอบมาต้องมั่นใจนะว่าตอบแล้วจะไม่เหมือนหุ่นยนต์ ถ้าเผื่อที่เตรียมไว้ไม่ตรงกับที่ท่องแล้วจะตอบอะไร เพราะฉะนั้นใช้ความรู้สึก ตอบตามความจริง สั้นๆกระชับด้วยท่าทีที่เป็นมิตรน่าจะโอเคกว่า

2.    ห้องเชือดที่ 2 – สัมฯคู่ สาวแว่นผู้หญิง

หลังจากที่ออกมาจากสัมฯรวมแล้ว สักพักจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยมาประกาศว่าหมายเลขไหนผ่าน ส่วนใหญ่ห้องนี้ตัดทีตัดเยอะค่ะ จาก 10 เหลือ 3 เหลือ 2 หรือบางทีมี 10 ตัด 10 โหดไหมละคะ สำหรับผู้รอดชีวิตจะถือโปรไฟล์ตัวเองไปรอยังห้องถัดไปที่จะถูกจับคู่ ห้องเชือดนี้จะถูกส่งเข้าไป 2 คู่ (4คน) ค่ะ

ห้องนี้จะมีกรรมการคนสิงฯเช่นเคยจำนวน 2-3 คน แนะนำว่าตั้งแต่ก้าวย่างเข้าไปให้กดปุ่มปรับโหมดตัวเองให้เป็นฝรั่งเว่าอังกฤษกับเพื่อนทันทีค่ะ สักพักกรรมการจะให้คำถาม 2 แบบ อย่างแรกคือให้เวลาทำความรู้จักกับเพื่อนภายใน 1 นาทีและแนะนำเพื่อนให้กรรมการฟัง ซึ่งระหว่างนี้บอกแล้วนะว่าให้ถามภาษาอังกฤษเพราะกรรมการสองนางที่ดูเหมือนไม่สนใจพวกเรานั้น เชื่อเถอะ ร้อยทั้งร้อยเงี่ยหูฟังพวกเราอยู่ค่ะ

ส่วนที่สองคือการ “โต้วาที” ใช่แล้ว… Debate ระหว่าง 2 คู่นั่นเอง กรรมการจะแบ่งฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายสนับสนุนกับอีกฝ่ายเป็นฝ่ายค้านภายใต้คำถามที่เขาให้ไว้และให้เวลา 1 นาทีในการปรึกษากันเช่นเคย ซึ่งตรงจุดนี้เพื่อนที่เราคู่ด้วยนั้นบางคนอาจจะเก่งภาษา บางคนก็อาจจะไม่เพราะก่อนถูกเรียกนั้นไม่ค่อยมีเวลาให้ทำความรู้จักกันเท่าไหร่ ในวันนั้น จขกท ได้เป็นฝ่ายค้านกับคำถามที่ว่า

“Is customer always right?”

ปัญหาแฝงให้คิดซึ่งฝ่ายสนับสนุนดูจะง่ายกว่าฝ่ายค้าน เทคนิคที่ส่วนตัวคิดว่าควรจะมีคือถึงใครจะอ่อนใครจะแข็งอังกฤษ อย่าไปอาย คิดซะว่าเราจะผ่านห้องนี้หรือไม่ผ่าน พยายามตอบไปเถอะค่ะ ไหนๆเราก็ถูกเลือกมาสัมภาษณ์แล้ว คำตอบควรเบสจากสายงานที่เราทำ เรามาสมัครงานบริการเพราะฉะนั้นคิดไว้หลายๆทางว่าเราไม่มีทางตอบได้เลยว่าลูกค้าผิด แนะนำให้ตอบแบบอ้อมที่สุดเช่น ถึงแม้ว่าลูกค้าเราจะผิดแต่ด้วยงานบริการ ยังไงเราก็จะต้องบริการให้ดีเสมอเพราะฉะนั้นจึงอาจจะทำให้ลูกค้าดูจะเป็นฝ่ายถูก ตอบอะไรไปแบบนี้ค่ะเพราะว่าจำไว้ว่ากรรมการไม่ได้มาหาคนโต้วาทีชนะ แต่ห้องนี้ จขกท คิดว่าเขาจะดูปฏิภาณไหวพริบว่าเราจะแก้ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไร คล้ายๆว่าถ้าเราเจอปัญหาบนเครื่องบินเราจะแก้ได้ไหม นอกจากนี้เองใครที่มั่นใจในภาษาแต่ได้คู่อ่อน อย่าพยายาม Outshine เพื่อนเด็ดขาด อย่าแย่งเพื่อนพูดแต่ถ้าเขาติดให้เราพยายามช่วยไกด์เขา จำไว้เสมอเราไม่ได้บินคนเดียว เราไม่ได้จะไปทำงานเอาโล่ สายการบินหลายๆสายการบินติด Top 3 ได้เพราะเขาทำงานเป็นทีมเวิร์คเพราะฉะนั้นอย่าลืมช่วยเพื่อน พาเพื่อนไปให้ถึงฝั่งด้วยค่ะ กติกาการตัดตัวผู้เข้าแข่งขันเหมือนกับห้องแรก บางทีอาจจะรอดทุกคน บางทีก็บางคนและบางทีไม่เหลือเลยสักคน วัดจากอะไรเหรอคะ? คาดว่าน่าจะมาจากการมีสติไหวพริบ+น้ำใจในการช่วยเหลือเพื่อน+การนำเสนอตอบคำถามในสถานการณ์บีบบังคับในเวลาจำกัดค่ะ

3.    ห้องเชือดที่ 3 – สัมฯว่าสิบ่ถิ่มกั๋น อมยิ้ม24

ขอตั้งชื่อห้องนี้ว่าสัมฯว่าสิบ่ถิ่มกั๋นประมาณว่าไหนว่าจะไม่ทิ้งกันยังไงเล่า ก็คนเดียวหัวหายสองคนเพื่อนตายนิหน่า อยู่ๆมาเป็นกลุ่มก้อนไหงห้องนี้จะทิ้งเราไว้กลางทางได้ไง…? ใช่แล้วค่ะห้องนี้ก็คือห้องทดสอบภาษาอังกฤษนั่นเอง ตามที่กล่าวไว้ตอน Ep.1 ว่าห้องนี้ให้เวลาทุกคน 15 นาที ประหนึ่งพระอาทิตย์จะตกเขาวงกตจะเปลี่ยนใน Maze runner พร้อมกับกระดาษ 4-5 หน้าจุไปด้วยคำถามให้เติม Prepositions ในหน้าแรก บทความยาว 2-3 หน้าในหน้าสองพร้อมช้อยส์ 5 ข้อให้ตอบคำถามปิดท้ายด้วย Short essay ถ้าจำไม่ผิดน่าจะไม่เกิน 150 คำนำมาตอบจากบทความข้างต้น

เคล็ดลับ เราแนะว่าพอนั่งปุ๊ปดูเลยว่ามีกี่หน้า จะได้ไม่ขาดตกอะไรไป สอง คืออันไหนง่ายให้ทำก่อน อันไหนยากข้ามไปก่อน สาม นั้นในบทความอาจจะหา Keyword กับคำตอบในช้อยส์แต่ให้ดูดีๆบางทีมีหลอก สี่ ใครที่รู้ตัวไม่ได้ทำข้อสอบมานานหาแบบฝึกหัดหรือให้เพื่อนเก่งๆติวก่อนก็ได้เพราะสวดมนต์ที่ไหนจุดนี้คิดว่าพระก็ช่วยไม่ได้ ห้าคือไม่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ให้เขียนไปก่อน ตอบให้หมดอย่างน้อยมั่วถูกก็เป็นโบนัส ดีกว่าส่งกระดาษเปล่า ใครทำเสร็จเร็วส่งก่อนแล้วออกจากห้องได้เลย ส่วนใครยังทำไม่เสร็จไม่ต้องมองเพื่อนที่ทิ้งเราไว้คนเดียวนะคะ ตราบใดที่เวลายังไม่หมดถึงเสร็จช้าแต่ชัวร์นั้นดีกว่าแน่นอนค่ะ

4.    ห้องเชือดที่ 4 – สัมฯอาง อมยิ้ม13

ข้อสอบอังกฤษเมื่อสักครู่นี้จะถูกนำไปตรวจทีหลังหากเราผ่านทุกห้องในวันนี้ค่ะเพราะฉะนั้นเราจะมาทีห้องต่อไปเลย ใช่แล้ว….คราวนี้จะได้ลองใส่ชุดเคบาย่าครั้งแรกแล้วสิ ว่าแต่จะเป็นยังไงเนี่ย เราต้องเสริม เติมเครื่องสำอางตรงไหนบ้างนะ หลายคนย่อมรู้และทำการบ้านมาดีว่าสายการบินส่วนใหญ่จะมีการ Skin check ในที่ๆต้องเห็นผิว โชว์ผิว สำหรับสายการบินนี้ส่วนที่จะเห็นแน่ๆคือหน้า คอ หลังคอ แขนและขา เราคิดว่าใครที่มีปัญหาเรื่องสิวที่หน้าและหลัง เป็นแผลเป็นชัดที่แขนและขาให้หาหมอรักษาและหาวิธีปกปิดให้เนียนที่สุดเพราะกรรมการในห้องนี้เรามั่นใจว่าผ่านมาร้อยแปดพันทริคที่พวกเราพยายามจะปิดบังเขา อย่าลืมนะคะว่าเขาก็ผู้หญิงเหมือนเรา

ชุดเคบาย่าเป็นชุดที่เข้ารูปเรียกได้ว่านมเป็นนม เอวเป็นเอวและก้นเป็นก้น (ใครที่ได้บินแล้วจะได้ตัดชุดตามขนาดไซส์ตัวเองค่ะ) สำหรับในห้องนี้เราจะต้องใส่ชุดเคบาย่าหลากไซส์ที่เทียบเป็น S, M, L ที่ทางทีมงานได้เตรียมไว้ให้แล้วเดินเฉิดฉายไปกลับรอบสองรอบตามความพอใจกรรมการ สำหรับสาวท่านใดที่ได้รับมรดกนมพ่อมาแนะนำให้ใส่ชุดชั้นในดูมๆอารมณ์แบบซาบรินาของคริส หอวังก็ดีหรือใครที่คิดว่ามีที่ฟองน้ำแน่นกว่านั้นลองแนะนำเพื่อนๆในนี้ก็ได้ค่ะ

ส่วนบางคนที่ก้นแฟ่บ เพื่อนๆวันนั้นบางคนถึงขนาดใส่กางเกงในเสริมก้นมาเพราะฉะนั้นสาวก้นแฟ่บถ้าอยากนำเคล็ดลับนี้ไปใช้ก็ไม่ว่ากันนะคะ กรรมการผู้หญิงแค่ดูเขาไม่คลำก้นเราค่ะ ส่วนใคร…ที่ไม่มีทั้งสองอย่างเพราะว่าไม่มีใครเตือน ก่อนเข้าห้องนี้วิ่งเข้าห้องน้ำแล้วยัดทิชชู่เลยค่ะ บน-ล่างเลือกไซส์ตามใจชอบเลยแต่ตอนใส่เคบาย่าเสร็จแล้วเช็คด้วยนะคะว่ามันแพลมหรือเปล่าเดี๋ยวกรรมการจะตกใจ

มีแผลเป็นทำไงดี?
ใครเลเซอร์หมอหายหรือใครคิดว่าทาคอนซีลเลอร์แล้วปกปิดได้เนียนทำเถิดค่ะ ส่วนที่เห็นของแขนคือตั้งแต่ข้อศอกลงไปจนถึงมือ ส่วนขาจะเป็นเท้าขึ้นมาหน้าขา (เพราะกระโปรงแหวกได้ค่ะ) ซึ่งขานั้นกรรมการจะให้ดึงกระโปรงขึ้นให้เห็นถึงเข่า ลองให้หันหน้า-หันหลัง พลิกแขน-คว่ำแขน คือตอนบินจริงๆสามารถใส่ถุงน่องได้แต่พอเป็นรอบสัมภาษณ์จึงไม่คิดว่าจะให้เพราะเขาคงอยากเห็นแบบดิบๆ ใครที่คิดว่าจะใส่ถุงน่องแล้วสเปรย์ทับเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ค่ะ !!! เพราะนอกจากจะถูกให้ถอดแล้วแถมดูออกว่าฉีดสเปรย์มาด้วย ยังล้างออกมายังกระดำกระด่างอีกต่างหาก ทางทีดีไม่ต้องใส่ถุงน่องมาแต่ปกปิดมาให้เรียบเนียนจะดีที่สุด ปิดท้ายกันที่น้ำหนัก ใครรู้ตัวว่าต้องฟิตแอนด์เฟิร์มต้องลดหรือใครที่ผอมไปต้องเพิ่ม (เพราะต้องผ่านค่า BMI) ถ้าพอมีเวลาทำเลยค่ะ สมัยนี้เน้นเทรนด์สาวสุขภาพดีค่ะ อ๋อ ส่วนใครได้นมวัวไม่ต้องใส่ดูมๆมานะคะ นมใหญ่ไปบางทีก็ตกรอบค่ะ เฮ้อ…โลกไม่ค่อยมีความยุติธรรมใช่ไหมคะ ?

5.    ห้องเชือดที่ 5 – สัมฯเสร็จแล้วอมยิ้ม21

อ่านมาตาลายหรือเหนื่อยกันแล้วหรือยังคะ? ถ้าเหนื่อยลองพักจากหน้าจอไปหาอะไรทานก่อนสักนิดไหมแล้วมาต่อกันหรือใครที่ไม่เหนื่อย…ลุยกันต่อที่ห้องสุดท้ายเลยดีกว่า ฮึบบบบ!!!

ผ่านมา 4 ห้องเชือดได้น้ำตาแทบไหล ปิดท้ายใกล้สบายตัวเมื่อเป็นการสัมฯเดี่ยวกับกรรมการ 2 คนซึ่งปีเราหนึ่งคนจะเป็น HR จากไทยและอีกหนึ่งคือผู้บริหารจากทางสิงคโปร์นั้นเอง ห้องนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากจะให้แนะนำตัวและเปิดดูเรซูเม่เราว่าเราผ่านกิจกรรมและงานอะไรมาบ้างน้า

เคล็ดลับการสัมภาษณ์ของ จขกท ซึ่งไม่มีอะไรตายตัวอีกแล้วที่คิดว่าทุกคนน่าจะนำมาประยุกต์ใช้ได้ก็คือการตอบคำถามปูทางไปในสิ่งที่เราอยากจะให้เขาถาม เช่นใครไร้ความรู้เรื่องสายการบินแต่พอโดนถามว่าทำไมอยากบินดันตอบว่าชอบความเป็นมานี่เหมือนขุดหลุมฆ่าตัวตายอัตโนมัติเพราะอาจจะโดนถามต่อในเรื่องที่เราไม่รู้จนอยากเอาหัวจุ่มส้วมตายก็ได้ เพราะฉะนั้นจริงใจค่ะเหมือนกับที่เน้นตั้งแต่ตอนแรกว่าอะไรที่ตอบมาจากใจ (แต่ไม่ฟังดูโง่) คนฟังคงอยากฟังมากที่สุด ห้องนี้นั่งคุยสบายๆเลยเป็นภาษาอังกฤษ เรียกได้ว่าสบายที่สุด ใจชื้นที่สุดแล้ว ไม่มีใครมานั่งจับผิด ดูหุ่น ดูสิว คือได้พูดอะไรที่เป็นตัวเองจริงๆ ได้แสดงความเป็นตัวตนแต่อย่าประมาทนะคะ ผ่านมาได้ทุกห้องแล้วก็ต้อง Give it your best all the way ค่ะ

เท่านี้ก็จบไปหนึ่งวันของฝันจะติดปีกแล้วใช่ไหมคะ หลังจากกระบวนการสัมภาษณ์ผ่าน 5 ห้องนี้แล้ว เราจะได้รับแจ้งจากทางสายการบินให้ไปตรวจสุขภาพถ้าเราผ่าน ใครที่ส่วนสูงไม่ถึง 158 ซม. แล้วคิดจะโกงส่วนสูง แนะนำให้ทำยังไงก็ได้ให้พาสปอร์ตเป็น 158 ซม. นะคะเพราะอย่างน้อยถ้าไปวัดที่สิงคโปร์อีกทีแล้วไม่ถึงแถมไม่มีหลักฐานยืนยันอาจจะโดนส่งกลับพับปีกได้ค่ะ มาตรฐานการวัดที่ไทยอาจจะใจดีหยวนๆแต่ที่นั่นเนี้ยบมาก เขาจะไม่ลังเลในการไม่จ้างงานเราเลยหากเราไม่ผ่านกฎเกณฑ์ที่เขาตั้งไว้ค่ะ สำหรับใครที่ตรวจสุขภาพอะไรผ่านแล้วนั้นสุดท้ายทางสายการบินจะส่งอีเมลล์มาให้เรายืนยันว่าเราสามารถเริ่มงานได้เลยหรืออีก 2 เดือน 4 เดือนหรือ 6 เดือน พอยืนยันเสร็จก็รอเวลาปฐมนิเทศในไทยและแพ็คกระเป๋าบินลัดฟ้าเท่านั้นค่ะ

**สำหรับใครที่สอบไม่ผ่านอย่าท้อค่ะเพราะเรามีเพื่อนที่สอบที่ไทยไม่ได้แต่ไปได้ที่สิงคโปร์หรือแม้แต่คนที่ต้องสอบ 4-5 ครั้งก็อาจจะติดครั้งที่ 6 สุดท้ายแล้วถ้าใช่ passion และความฝันจริงๆอย่ายอมแพ้นะคะ โอกาสมีเปิดเสมอหลายสายการบิน เป็นกำลังใจให้ว่าที่นางฟ้าทุกคนค่ะ อมยิ้ม36

“จะทำอะไร ขอให้ทำด้วยใจรัก ถ้ามี Passion ซะอย่าง บวกความตั้งใจ ยังไงก็ต้องมีวันของเรา”

o1ywshkreGD6Yc9QlKv-o

เอ๊ะนี่เกือบจะครึ่งทางแล้วสินะ… ตอนหน้าเรามาติดตามต่อกับ “Ep.3 ชีวิตติด Train” กันนะคะพลุ

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s